14 มีนาคม 2561

'เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย' เปิดเกมบุกงานเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก

ที่มาสื่อ: บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล ชูแนวคิดอภินิหารการตลาด JKN บุกขายลิขสิทธิ์คอนเทนท์รุกตลาดโลก

‘เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย’ เปิดเกมบุกงานเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก ออกบูธนำทัพลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซีรีย์อินเดียและคอนเทนต์จากช่อง 8 ตีตลาด หวังขยายตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปีมียอดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ 120 ล้านบาท

บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล ชูแนวคิดอภินิหารการตลาด JKN บุกขายลิขสิทธิ์คอนเทนท์รุกตลาดโลก เดินหน้าออกบูธตามงานเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศ ตั้งเป้าปีนี้ 4 งานทั้งในเอเชียและยุโรป ประเดิมงานแรก ‘ฮ่องกง อินเตอร์เนชั่นแนลฟิล์ม มาร์ท’ ที่ฮ่องกง นำทัพซีรี่ย์ภาพยนต์อินเดีย 3 เรื่องไปแนะนำ พร้อมเป็นตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครไทยจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 จำนวน 7 เรื่อง ไปออกบูธเปิดตัวเพื่อพบปะผู้ซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์จากทั่วโลก ตั้งเป้าหมายทำรายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 120 ล้านบาท อนาคตเร่งเจรจาสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจิทัลอีกหลายช่อง เพื่อเป็นตัวแทนขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์จากประเทศไทยไปตีตลาดโลก พร้อมขยายธุรกิจเข้าสู่การเป็นผู้จัดการลิขสิทธิ์ของศิลปินต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจจำหน่ายคอนเทนท์โดยจะเข้าไปร่วมออกบูธแนะนำลิขสิทธิ์ตามงานเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำทั่วโลก จำนวน 4 งานใหญ่ ที่ประเทศจีน ฝรั่งเศสและเกาะฮ่องกง โดยงานแรก ได้แก่ งาน ‘ฮ่องกง อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม มาร์ท’ ที่เกาะฮ่องกง ในเดือนมีนาคมนี้

สำหรับลิขสิทธิ์คอนเทนท์ที่จะนำไปจำหน่ายภายในงานดังกล่าว ประกอบด้วย ซีรี่ย์อินเดีย จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ Porus ศึกสองราชันย์, Prithvi Vallabh วัลลภ มหากษัตริย์ชาตินักรบ และ Ganesha ไอยรามหาเทพ และภาพยนตร์สารคดีจากช่อง เจเคเอ็น ออริจินัล 3 เรื่อง รวมถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้แก่ลิขสิทธิ์คอนเทนท์ประเภทละครไทยของสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 จำนวน 7 เรื่อง จากที่ไดรับสิทธิ์ทั้งหมดจำนวน 47 เรื่อง ไปร่วมออกบูทในครั้งนี้ โดยรูปแบบนั้นจะเป็นการจำหน่ายลิขสิทธิ์ทุกช่องทางการเผยแพร่ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี เคเบิ้ลทีวี วิดีโอออนดีมานด์และโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมโทรทัศน์ซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ โดยสามารถเลือกแพคเกจซื้อลิขสิทธิ์ที่ตรงกับความต้องการและช่องทางเผยแพร่ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างเจรจากับสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลของไทยอีกหลายช่อง เพื่อขอเป็นตัวแทนนำลิขสิทธิ์คอนเทนต์รายการต่างๆ ที่ผลิตทางสถานี ไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศเพิ่มเติม คาดว่าจะสรุปรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมออกบูธตามงานเทศกาลภาพยนตร์ จะได้รับความสนใจจากจากผู้เข้าร่วมงานเลือกซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปออกอากาศ ซึ่ง JKN มีเป้าหมายต้องการขยายไปยังกลุ่มประเทศใน CLMV หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม รวมถึงตลาดใหม่ๆ เช่น บรูไน มาเลเซีย ที่มีความนิยมประเภทลิขสิทธิ์คอนเทนต์ คล้ายคลึงกับคนไทย โดยคาดว่าจากแผนงานการรุกจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปยังต่างประเทศในปีนี้ทั้งหมด จะทำยอดขายได้ประมาณ 120 ล้านบาท ไม่รวมส่วนแบ่งรายได้ที่เกิดจากการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ให้แก่สถานีโทรทัศน์ดิจิทัล

“เราตั้งเป้าว่าปีนี้จะไปร่วมออกบูธตามงานเทศกาศภาพยนตร์นานาชาติ 4 งานทั้งในอาเซียน เอเชียและยุโรป เพื่อแนะนำและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่เรามีในมือให้แก่ผู้ที่สนใจเพื่อนำไปออกอากาศผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงจะเป็นตัวแทนนำลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ผลิตรายการจากสถานีโทรทัศนทีวีดิจิทัลของคนไทยไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้า ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาดและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่สถานีโทรทัศน์” คุณจักรพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ JKN อยู่ระหว่างดำเนินการเป็นผู้บริหารจัดการลิขสิทธิ์ของศิลปินต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ขณะนี้มีศิลปินดาราจากประเทศฟิลิปปินส์และอินเดียแสดงความสนใจเข้าร่วมสังกัดแล้ว ได้แก่ Ishant Bhanushali หรือน้องมารุติ หนุมานน้อย จากซีรีย์หนุมาน สงครามมหาเทพ ที่เตรียมเปิดตัวเป็นศิลปินคนแรกของ JKN