21 พฤศจิกายน 2560

บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย เคาะราคา IPO หุ้นละ 8.00 บาท รับแผนรุกธุรกิจผลิตคอนเทนต์จากช่อง CNBC ขยายฐานผู้ชมในไทย

ที่มาสื่อ: บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เคาะราคาขาย IPO หุ้นละ 8.00 บาท หลังสำรวจความต้องการซื้อ (Book building) ของนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสนใจจองซื้ออย่างล้มหลาม ดีเดย์เปิดจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 22-24 พ.ย. คาดเข้าซื้อในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 30 พ.ย.นี้

บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เคาะราคาขาย IPO หุ้นละ 8.00 บาท หลังสำรวจความต้องการซื้อ (Book building) ของนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสนใจจองซื้ออย่างล้มหลาม ดีเดย์เปิดจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 22-24 พ.ย. คาดเข้าซื้อในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ พร้อมแต่งตั้ง บล.เคที ซีมิโก้ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ด้านผู้บริหาร JKN ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจหลังคว้าลิขสิทธิ์ผลิตและจำหน่ายรายการจาก CNBC เสริมความแข็งแกร่งช่วยต่อยอดสู่การขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในไทย

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล จัดพิธีลงนามในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยแต่งตั้งให้ บริษัทหลักทรัพย เคที ซีมิโก้ เป็นผู้จัดการการจัดหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจำหน่ายหุ้นสามัญของ JKN ในครั้งนี้

คุณคมกฤต มีคำสัตย์ Senior Vice President บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า หลังทำการสำรวจความต้องการซื้อ (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีราคาเสนอขายที่ 7.80 - 8.00 บาทต่อหุ้น พบว่า นักลงทุนสถาบันได้แสดงความต้องการซื้อหุ้นที่ราคาสูงสุดหุ้นละ 8.00 บาท ซึ่งมีความต้องการซื้อคิดเป็น 8 เท่าของจำนวนหุ้นที่จัดสรรให้แก่นักลงทุนสถาบันทั้งสิ้นร้อยละ 35 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย ที่เหลือเป็นการจัดสรรให้แก่นักลงทุนรายย่อยร้อยละ 52 และผู้มีอุปการคุณร้อยละ 13

ทั้งนี้ จากความต้องการจองซื้อของนักทุนสถาบันที่มีมากกว่าหุ้นที่จัดสรรให้ถึง 8 เท่าดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่นถึงแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต ดังนั้น จึงได้กำหนดราคาเสนอขาย IPO หุ้นละ 8.00 บาท โดยกำหนดให้นักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อหุ้นได้ตั้งแต่วันที่ 22-24 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะสามารถเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 นี้

สำหรับ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือ JKN มีทุนจดทะเบียนจำนวน 270 ล้านบาท แบ่งเป็น 540 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น โดยมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วจำนวน 200 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 25.93 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจเกี่ยวข้องกับธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและใช้สำหรับการดำเนินการทั่วไป และเพื่อลงทุนหรือขยายธุรกิจของบริษัทย่อย ส่วนที่เหลือจะชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและ/หรือชำระคืนหนี้หุ้นกู้

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN กล่าวว่า บริษัทมีจุดแข็งด้านลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่จำหน่ายหลายรายการเป็นสิทธิ์แบบ Output Deal จากเจ้าของสิทธิ์ ทำให้ในระหว่างได้รับสิทธิ์นั้น JKN มีสิทธิ์เลือกคอนเทนต์จากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนเป็นบริษัทแรก และมีโอกาสขยายธุรกิจไปในประเทศใกล้เคียงจากสิทธิ์บางส่วน ที่ครอบคลุมการจำหน่ายคอนเทนต์ในประเทศใกล้เคียง เช่น สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นอกจากนี้ คอนเทนต์ที่ JKN ถือลิขสิทธิ์ยังได้รับประโยชน์จากการวิวัฒนาการของช่องทางการสื่อใหม่ๆ เช่น สื่อออนไลน์ อีกทั้งไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจากวีดีโอเทปเป็นแผ่นซีดีอีกด้วย ทำให้ JKN เปรียบเสมือนเป็นศูนย์รวมความหลากหลายของคอนเทนต์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสื่อแต่ละช่องทางได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 873.60 ล้านบาทเพิ่มจากงวดเดียวกันของปี 2559 เท่ากับ 280.31 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 47.25 โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ค่าสิทธิ์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 95.24 ของรายได้รวมในงวดเก้าเดือนปี 2560 ในส่วนของกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนปี 2560 เท่ากับ 176.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2559 เท่ากับ 39.96 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ในปี 2559 บริษัทฯ ยังได้รับสิทธิจาก National Broadcasting Company Universal (NBC) เพื่อซื้อและผลิตคอนเทนต์ภายใต้แบรนด์ Consumer News and Business Channel (CNBC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการเกี่ยวกับข่าวธุรกิจและการลงทุนที่มีชื่อเสียงของโลก โดยสัญญามีระยะเวลา 10 ปี (2560-2570) ทั้งนี้ สิทธิ์ที่ได้รับแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ในส่วนแรก ตั้งแต่ปี 2560-2570 บริษัทฯ ได้รับสิทธิในการนำเสนอคอนเทนต์รายการภายใต้แบรนด์ CNBC ที่ผลิตและออกอากาศในต่างประเทศมาทำการตัดต่อ แปล และพากษ์เสียงภาษาไทยสำหรับจำหน่ายต่อผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์เพื่อออกอากาศในประเทศไทย โดยได้เริ่มจำหน่ายคอนเทนต์รายการภายใต้แบรนด์ CNBC ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจสถานีโทรทัศน์แบบดิจิตอล เช่น ช่อง 3 และ Bright TV ตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

ส่วนที่ 2 ในช่วงปี 2562-2570 บริษัทฯ ได้รับสิทธิในการผลิตรายการที่มีโครงสร้างรูปแบบรายการตามรายการของแบรนด์ CNBC โดยใช้พิธีกรและผู้ดำเนินรายการคนไทยในการผลิตรายการเกี่ยวกับข่าวธุรกิจและการลงทุนเพื่อออกอากาศในช่อง JKN CNBC ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทฯย่อย ได้แก่ บริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด โดยในระหว่างการเตรียมดำเนินการดังกล่าว ทาง CNBC ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมให้แก่ทีมงาน เพื่อผลิตรายการให้ได้คุณภาพเท่าเทียมกับมาตรฐานสากลของ CNBC โดยบริษัทฯ จะลงทุนสร้างห้อง Master Control Room (MCR) ซึ่งเป็นห้องสำหรับการออกอากาศและลงทุนในอุปกรณ์ออกอากาศและผลิตรายการอีกด้วย

“เราเชื่อมั่นว่าด้วยวิสัยทัศน์เป็นผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล และนำเข้าคอนเทนต์ชั้นนำจากต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ในไทยและกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงเป็นผู้ผลิตและถือครองลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพเพื่อจำหน่ายและเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งแผนงานในอนาคตที่เราจะผลิตรายการภายใต้แบรนด์ CNBC จะเป็นแรงผลักดันที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ต่อไปได้อย่างยั่งยืน” คุณจักรพงษ์ กล่าว