29 พฤศจิกายน 2564

แอน จักรพงษ์ ส่ง ฌอน ลิม ซ็อก นั่งแท่นบริหาร JKN Hi Shopping พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ทีวีโฮมช้อปปิ้งอันดับ 1 ของเมืองไทย ตั้งเป้าปี 2565 ทำยอดขายโต 30% รับจังหวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว

‘เจเคเอ็น ไฮ ช็อปปิ้ง’ ภายใต้ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างบริษัท เจเคเอ็น เบสท์ ไลฟ์ จำกัด บริษัทย่อยในกลุ่ม JKN และบริษัท ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลี เพิ่มศักยภาพธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งรับจังหวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อฟื้นตัว โชว์แผนกลยุทธ์ Synergy ด้านการตลาดแบบ Direct-to-Consumer (D2C) พร้อมกับนโยบายการขับเคลื่อนของ JKN Group ก้าวสู่ Content Commerce Company อย่างเต็มตัวคาด ‘เจเคเอ็น ไฮ ช็อปปิ้ง’ ปี65 เติบโตมากกว่า 30%

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ JKN เปิดเผยว่า JKN Hi Shopping เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของกลุ่ม JKN ที่ลงทุนผ่าน เจเคเอ็น เบสท์ ไลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ก่อให้เกิดความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับบริษัท ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลี ผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทีวีโฮมช้อปปิ้งที่เผยแพร่ผ่านทีวีดาวเทียม เพื่อผสานพลังและความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรในการดำเนินธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในประเทศไทย โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพมากกว่า 2,500 รายการ รวมถึงทีมบุคลากรที่มีประสบการณ์ความชำนาญในธุรกิจและความพร้อมด้านการให้บริการแก่ลูกค้าทั้งระบบ Software ทีม Call Center แบบ Inbound รองรับคำสั่งซื้อสินค้า และ Outbound ที่โทร เพื่อนำเสนอสินค้าแก่ผู้บริโภค ทำให้ช่อง JKN Hi Shopping สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุค New Normal ที่ให้มากกว่าการช้อปปิ้งในรูปแบบเดิมๆ

ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้แต่งตั้งให้ นายลิม ช็อก เข้ามาเป็นผู้บริหารในบริษัท เจเคเอ็น ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด เพื่อกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและสร้างความแตกต่างของช่อง JKN Hi Shopping ให้มีความแตกต่างเหนือกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยมั่นใจว่าประสบการณ์ของผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจะนำพา เจเคเอ็น ไฮ ช็อปปิ้ง เติบโตสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมและสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ Commerce ของกลุ่ม JKN ให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

นายลิม ซ็อก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งกล่าวว่า ปีนี้การแข่งขันในตลาดไม่ว่าจะเป็นทีวีโฮมช้อปปิ้ง หรือออนไลน์เองนั้นมีการแข่งขันที่สูงมาก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว วิถีการใช้ชีวิตแบบ New Normal ของผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ต้องอยู่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมไปโดยสิ้นเชิง และเริ่มคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านทีวีโฮมช้อปปิ้ง ออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการซื้อสินค้าแบบไม่มีหน้าร้านไปโดยอัตโนมัติ

แผนธุรกิจในปีนี้ JKN Hi Shopping ยังคงให้ความสำคัญกับทุกแพลตฟอร์ม ทั้งในรูปแบบของ ทีวี ออนไลน์ และบริการในรูปแบบของคอลเซ็นเตอร์ รองรับฐานลูกค้าให้ครบทุกช่องทาง ซึ่งปัจจุบัน JKN Hi Shopping มีฐานลูกค้าถึง 2 ล้านคน แบ่งสัดส่วนเป็นผู้หญิงประมาณ 70% และผู้ชาย 30% เฉลี่ยกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยสินค้าของบริษัทแบ่งออกเป็น 8 หมวดหมู่ คือ ความงาม แฟชั่น สุขภาพ ของใช้ภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว และไลฟ์สไตล์ ซึ่งกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมคือ ของใช้ภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและแฟชั่น ตามลำดับ สำหรับกลุ่มเป้าหมายยังคงเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบการรับชมเนื้อหาและการสาธิตการใช้สินค้าผ่านทีวีอยู่

เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2565 นั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 30% และตั้งเป้าในการเพิ่มฐานลูกค้าจาก 2 ล้านคนเป็น 2.5 ล้านคน โดยเน้นกลยุทธ์ไปที่ E-Commerce เพื่อขับเคลื่อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อีกทั้งอยู่ในช่วงพิจารณาแนวธุรกิจที่หลอมรวมทีวีโฮมช้อปปิ้งและออนไลน์เข้าด้วยกัน พร้อมกับการนำเสนอสินค้าตามเทรนด์ในช่วงระยะเวลานั้นๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว พร้อมคัดสรรสินค้าใหม่ที่หลากหลายเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่มลูกค้า ทุกพื้นที่ ทุกเพศ ทุกวัย

“การจับมือร่วมธุรกิจกันระหว่าง JKN และ JKN Hi Shopping ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเติบโตของบริษัทฯ และเป็น new start ไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน โดยเชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์การดำเนินงานด้านธุรกิจโฮม

ช้อปปิ้งมาเกือบ 6 ปี รวมถึงจุดแข็งและข้อได้เปรียบด้านการบริการของทีม call center ที่มีประสบการณ์และความชำนาญในอุตสาหกรรม ความรวดเร็วและปลอดภัยในการขนส่ง อีกทั้งคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญก่อนสิ่งอื่นใด พร้อมด้วยคุณแอน จักรพงษ์ ซึ่งเป็น Power Endorser และ Super KOL ผู้มีอิทธิพลในการสร้างสรรค์สินค้าสุขภาพเทรนด์ใหม่ๆ ให้แก่เจเคเอ็น กรุ๊ป พร้อมผนึกกำลังกับช่องทีวีดิจิทัล ช่อง JKN18 ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้ธุรกิจของทั้งสองบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดในปีถัดไป” นายลิม ซ็อก กล่าว