17 December 2020

JKN ส่งท้ายปี 63 โชว์ปิดดีล 'GMA' ส่งซีรีส์ละครดังของไทยไปฟิลิปปินส์ อีก 5 เรื่อง หนุน Backlog เพิ่ม รอส่งมอบเติมเต็มรายได้ในปี 2564

‘บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือ JKN’ ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล โชว์ความสำเร็จการรุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หวังบูมคอนเทนต์ละครไทยในภูมิภาคอาเซียน หลังปิดดีลกับสถานีโทรทัศน์จีเอ็มเอ (GMA) ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ซื้อซีรีส์ละครดังของไทยจากช่อง 3 เพิ่มอีก 5 เรื่อง เตรียมออกอากาศ ปี 2564 หนุนมูลค่างานในมือที่รอส่งมอบคอนเทนต์ให้ลูกค้า (Backlog) เติบโตต่อเนื่อง  

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มธุรกิจคอนเทนต์เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่เชื่อมั่นว่าจะมีศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก จึงเป็นโอกาสของ JKN นำจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญการทำตลาดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ภายใต้กลยุทธ์ ‘ซูเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้ง’ เพื่อสร้างกระแสคอนเทนต์ซีรีส์ละครไทยจากช่อง 3 ให้ได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้มากขึ้น  

ล่าสุด บริษัทฯ สามารถปิดดีลการขายซีรีส์ละครไทยแนวดราม่าให้แก่สถานีโทรทัศน์จีเอ็มเอ (GMA) จากประเทศฟิลิปปินส์ เพิ่มอีก 5 เรื่อง ได้แก่ อกเกือบหักแอบรักคุณสามี ทองเอก เกมเสน่ห์หา พยากรณ์ซ่อนรัก และแฟนฉันเป็นนางเงือก เพื่อไปเผยแพร่สู่สายตาผู้ชมชาวฟิลิปปินส์ในปี 2564 อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมา JKN สามารถขายคอนเทนต์ให้แก่สถานีโทรทัศน์จีเอ็มเอ ไปแล้ว จำนวน 15 เรื่อง อาทิ ลิขิตรักข้ามดวงดาว นาคี บัลลังค์ดอกไม้ และ คลื่นชีวิต เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะละครไทยเรื่อง ลิขิตรัก ที่สามารถทำเรตติ้งได้ดีเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าว เข้ามาช่วยเติมมูลค่างานในมือที่รอส่งมอบคอนเทนต์ให้แก่ลูกค้า (Backlog) เพิ่มขึ้น จาก ณ สิ้นสุดไตรมาส 3/2563 JKN มี backlog ที่รอส่งมอบคอนเทนต์ให้แก่ลูกค้าคิดเป็นมูลค่าประมาณ 300-400 ล้านบาท และจะทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจคอนเทนต์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียน

“ช่วงครึ่งปีหลังมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นจุดแข็งของ JKN ที่เชี่ยวชาญการทำตลาดสร้างกระแสละครไทยให้ครองความนิยมจากผู้ชมในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ และยังเชื่อมั่นว่าในปี 2564 ตลาดส่งออกคอนเทนต์ยังมีโมเมนตั้มการเติบโตที่ดี และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันเป้าหมายภายใน 3 ปีที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดส่งออกเพิ่มเป็น 50% ของรายได้รวมในกลุ่มคอนเทนต์ และนำบริษัทก้าวสู่การเป็นบริษัท Global Company ได้ตามแผน” คุณจักรพงษ์ กล่าว