27 August 2020

'เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย' เจิดจรัสบนเวทีตลาดทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค หลัง Forbes Asia ประกาศเป็น 1 ใน 19 บริษัทไทย ที่ติดอันดับบริษัทมหาชนใน Asia's 200 Best Under a Billion List ปี 2020

‘บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือ JKN’ ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Forbes Asia ติดอันดับ 200 บริษัทมหาชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค จากโครงการ Asia's 200 Best Under a Billion List in 2020 ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีรายได้น้อยกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประกาศให้เป็น 1 ใน 19 บริษัทของคนไทยที่ได้รับการคัดเลือก สะท้อนความแข็งแกร่งด้านสถานะการเงิน และการบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดเผยว่า บริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่ง ที่นิตยสาร Forbes Asia คัดเลือกให้ JKN เป็น 1 ใน 19 บริษัทของไทย ติดอันดับ 200 บริษัทมหาชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค จากโครงการ Asia's 200 Best Under a Billion List in 2020 ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีรายได้น้อยกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนิตยสารฯ ได้คัดเลือกบริษัทที่จดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิในอดีต มีโอกาสขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต รวมถึงมีภาระหนี้ต่ำและมีการบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี

การได้รับคัดเลือกครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินงานของ JKN จากแผนการบริหารงานที่มุ่งขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อความโปร่งใสในการบริหารงาน โดยมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากกระแสเงินสดที่มาจากการดำเนินงานที่ดีและมีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำ ที่เอื้อต่อโอกาสการสร้างการเติบโตในอนาคต และสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคน

“เรามีความภาคภูมิใจกับการได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่ม Asia's 200 Best Under a Billion List in 2020 จากนิตยสาร Forbes Asia ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการนำ JKN ให้ก้าวสู่การเป็นบริษัทในระดับภูมิภาคที่มีความแข็งแกร่งในทุกมิติและได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก โดยจะมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเพื่อผลักดันการเติบโตขององค์กรให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ด้วยหลักบริหารงานภายใต้ธรรมาภิบาลที่ดีเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน” คุณจักรพงษ์ กล่าว